Article

ปัญหาสุขภาพจิต เป็นเรื่องที่ไม่อาจมองข้ามอีกต่อไป

เมื่อข้อมูลจาก World Health Organization (WHO) หรือองค์การอนามัยโลกได้ระบุว่าในปี 2019 มีผู้คนทั่วโลกกว่า 970 ล้านคน เผชิญภาวะทางจิตใจ หรือที่รวมอยู่ในการนิยามของ ปัญหาสุขภาพจิต คิดเป็นราว 1 ใน 8 คนของประชากรโลก

แม้คำว่า “สุขภาพ” จะมักถูกเชื่อมโยงกับร่างกาย แต่ “สุขภาพใจ” หรือ ปัญหาสุขภาพจิต ก็เป็นรากฐานสำคัญที่กำหนดชีวิตของเราได้อย่างชัดเจน เพราะหากใจเราไม่มีแรง ไม่มีพลัง และอยู่ในสภาวะที่ไม่มั่นคง ชีวิตประจำวันที่เราอยากให้มีความสุข อาจกลายเป็นวงจรความรู้สึกทุกข์ที่ไม่ได้รับการแก้ไข

ในประเทศไทยเอง แม้จะไม่ได้มีการพูดหรือตระหนักถึงปัญหาสุขภาพจิตมาก แต่สถานการณ์ปัญหาก็ไม่ใช่เรื่องเล็ก และไม่ใช่ว่าไม่มีอยู่จริง โดยหลายคนยังเลือกที่จะเงียบ ไม่พูดถึง ปัญหาสุขภาพจิต เพราะกลัวคำว่า “ไม่ปกติ” หรือ “ผิดหวัง” ทั้งที่จริงแล้ว การยอมรับว่า “ฉันอาจเจอ ปัญหาสุขภาพจิต อยู่” คือก้าวแรกของการเริ่มต้นให้ชีวิตมีความสุขอีกครั้ง

ปัญหาสุขภาพจิต ในปัจจุบันมีอัตราการเติบโตของโรคอย่างรวดเร็ว

  • จากรายงานของ WHO พบว่า ปัญหาสุขภาพจิต จะมีสัดส่วนสูงถึง 13 % ของประชากรโลก ในปี 2019 

(อ้างอิงจากวารสาร The new World Mental Health Report: Believing impossible things)

  • WHO ยังระบุว่าในหลายประเทศผู้มีภาวะ ทาง จิต ได้รับการรักษาเพียงเล็กน้อย เช่นในบางประเทศ “ถึง 90 % ของผู้ที่มีภาวะรุนแรงไม่ได้รับการดูแล”
  • สิ่งที่เราพบคือ เมื่อเกิดปัญหาสุขภาพจิต แล้วมันไม่ใช่แค่เรื่องของอารมณ์ แต่ส่งผลต่อการนอน การกิน การทำงาน และการใช้ชีวิตโดยรวม 
  • ปัจจัยยุคใหม่ เช่น แพร่ระบาดของโควิด, ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ, แรงกดดันจากโลกดิจิทัล เพิ่มโอกาสให้ ปัญหาสุขภาพจิต เติบโตขึ้นอย่างที่เราไม่เคยเห็นมาก่อน

ในบริบทของชีวิตเราทุกวันนี้  ไม่ว่าจะเป็นคนวัยทำงานที่ต้องรับผิดชอบมากขึ้น, นักเรียนที่ต้องแข่งขันสูง, หรือผู้สูงอายุที่เผชิญความเหงา  ทั้งหมดนี้คือ “แรงท้าทาย” ที่อาจก่อให้เกิด ปัญหาสุขภาพจิต ได้โดยไม่ทันรู้ตัว

 

เราไม่ควรรอให้ ปัญหาสุขภาพจิต กลายเป็นวิกฤติที่เกินจะแก้ไข

ปัญหาสุขภาพจิต

แม้ในชีวิตประจำวัน “ความเครียด” หรือ “ความเหนื่อยใจ” เป็นสิ่งที่พบได้ทั่วไป แต่หากเราเลือกที่จะปล่อยให้ปัญหาสุขภาพจิต เติบโตโดยไม่มีการ “ปรึกษา” หรือ “ดูแล” ผลลัพธ์อาจเกินกว่าที่เราคิด

  • การใช้ชีวิตอยู่ในสภาวะที่มีปัญหาสุขภาพจิต ซ่อนอยู่ อาจทำให้เรารู้สึกว่า “ฉันถูกตัดออกจากความสุข” ทั้งที่จริงแล้วเรากำลังเดินอยู่ในเส้นทางที่สามารถกลับมาได้
  • ชีวิตของเราไม่ได้ออกแบบมาเพื่ออยู่ในภาวะทุกข์อย่างยาวนาน แต่เพื่อมีช่วงเวลาที่เราหัวเราะ ได้พัก ได้รู้สึกว่า “ฉันกำลังใช้ชีวิตแบบที่ฉันอยากเป็น”

จุดเริ่มต้นของการดูแล ปัญหาสุขภาพจิต

 ปัญหาสุขภาพจิต

แน่นอนว่าในชีวิตประจำวันของทุกคนก็อาจจะเจอเรื่องที่ทำให้รู้สึกถึงความทุกข์ในหลากหลายปัจจัย แต่หัวใจสำคัญของการป้องกันหรือแก้ไขปัญหาสุขภาพจิตได้นั้น ก็ต้องมีความตั้งใจจริง

 โดยสามารถเริ่มต้นได้ดังนี้

เริ่มจาก “ยอมรับ” ว่าเรากำลังมี ปัญหาสุขภาพจิต

จุดเริ่มต้นของการดูแล ปัญหาสุขภาพจิต ไม่ได้อยู่ที่การรักษา แต่อยู่ที่การยอมรับว่ามันมีอยู่จริง หลายคนพยายามบอกตัวเองว่า “ฉันไม่ได้เครียดขนาดนั้น” หรือ “มันคงแค่เหนื่อย” แต่เมื่อความรู้สึกเหล่านี้อยู่กับเรานานเกินไปปัญหาสุขภาพจิต จะค่อย ๆ แทรกซึมเข้ามาในชีวิตประจำวันโดยที่เราไม่รู้ตัว การยอมรับไม่ได้แปลว่าเรายอมแพ้ แต่คือการกล้าที่จะเผชิญหน้ากับสิ่งที่เกิดขึ้น และนี่คือก้าวแรกของการดูแลปัญหาสุขภาพจิต อย่างแท้จริง

 

พูดคุยกับใครสักคน เพื่อไม่ให้ ปัญหาสุขภาพจิต ต้องอยู่ลำพัง

เมื่อเริ่มรู้สึกไม่ไหว ลองพูดคุยกับคนที่ไว้ใจ บางครั้งแค่พูดว่า “ฉันรู้สึกไม่ดีเลยช่วงนี้” ก็ช่วยให้ใจได้ปลดปล่อย ปัญหาสุขภาพจิต ที่อัดแน่นอยู่ภายในออกมาบ้าง การสื่อสารไม่ใช่การขอความสงสาร แต่คือการให้พื้นที่กับความรู้สึกของตัวเอง เพราะการเก็บทุกอย่างไว้ในใจเพียงคนเดียว จะยิ่งทำให้ ปัญหาสุขภาพจิตรุนแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว และการได้พูดคุยกับคนที่ฟังอย่างเข้าใจ อาจกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการเยียวยาที่อ่อนโยนที่สุดสำหรับ ปัญหาสุขภาพจิต

 

ฟัง “ร่างกาย” เมื่อใจเริ่มเหนื่อยจาก ปัญหาสุขภาพจิต

ร่างกายมักส่งสัญญาณก่อนเสมอเมื่อมีปัญหาสุขภาพจิต เช่น นอนไม่หลับ อ่อนเพลีย ปวดหัว หรือรู้สึกเบื่ออาหารโดยไม่มีเหตุผล สิ่งเหล่านี้คือการบอกว่าใจของเรากำลังเหนื่อยเกินไปแล้ว การละเลยสัญญาณเล็ก ๆ เหล่านี้ ทำให้ปัญหาสุขภาพจิตค่อย ๆ สะสมจนกลายเป็นภาวะที่รุนแรงขึ้นในภายหลัง การดูแลใจจึงไม่ควรรอให้ถึงวันที่เรารู้สึกว่า “ไม่ไหวแล้ว” แต่ควรเริ่มตั้งแต่วันที่เรารู้สึกว่า “เริ่มไม่เหมือนเดิม” เพื่อให้ ปัญหาสุขภาพจิต ได้รับการดูแลตั้งแต่เนิ่น ๆ

 

การขอความช่วยเหลือไม่ใช่ความอ่อนแอ แต่คือพลังในการรับมือกับ ปัญหาสุขภาพจิต

หลายคนยังลังเลที่จะปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ เพราะกลัวถูกมองว่า “เป็นคนมีปัญหา” ทั้งที่จริงแล้ว การยื่นมือขอความช่วยเหลือคือหนึ่งในวิธีที่เข้มแข็งที่สุดในการดูแลปัญหาสุขภาพจิต การปรึกษานักจิตวิทยา หรือจิตแพทย์ ไม่ได้หมายความว่าเราผิดปกติ

แต่คือการเลือกเรียนรู้วิธีดูแลใจในช่วงเวลาที่มันอ่อนแอที่สุด เพราะในความเป็นจริง ไม่มีใครใช้ชีวิตโดยไม่เจอกับปัญหาสุขภาพจิตเลย และการยอมรับว่าตัวเองต้องการความช่วยเหลือ คือก้าวสำคัญที่จะพาเราออกจากความทุกข์ได้จริง

เริ่มต้นใหม่ได้เสมอ เมื่อเข้าใจว่า ปัญหาสุขภาพจิต ไม่ได้กำหนดคุณค่าของเรา

แม้จะมีปัญหาสุขภาพจิตแต่อย่าลืมว่ามันไม่ได้ทำให้คุณค่าของเราน้อยลง คนที่กำลังต่อสู้กับความรู้สึกภายในไม่ใช่คนอ่อนแอ แต่คือคนที่กล้าเผชิญกับความจริงที่สุดในชีวิต ไม่มีใครสมบูรณ์แบบ และไม่มีใครไม่เคยเจ็บปวด ปัญหาสุขภาพจิตเป็นสิ่งที่เราสามารถดูแล เยียวยา และฟื้นฟูได้เสมอ  เพียงแค่เราเริ่มต้นด้วยความเข้าใจตัวเองอีกครั้ง


เพราะเรารู้ว่า ปัญหาสุขภาพจิต คือสิ่งที่ต้องได้รับการดูแลอย่างจริงจัง

หวังดีคลินิก เพื่อนคู่ใจดูแลสุขภาพจิต

หวังดีคลินิก เราเชื่อว่า ทุกคนควรมีโอกาสได้รับการดูแลใจอย่างจริงจัง ไม่ว่าคุณจะกำลังเผชิญอะไรอยู่ ทีมจิตแพทย์และนักจิตวิทยาพร้อมรับฟังและเดินไปกับคุณในทุกก้าวของชีวิต เพราะ ปัญหาสุขภาพจิต ไม่ใช่เรื่องน่าอาย และ “ความสุข” ก็เป็นสิทธิ์ที่ทุกคนมีได้อย่างเท่าเทียมกัน

สนใจจองคิวปรึกษาทีมจิตแพทย์ของเรา ติดต่อได้ที่  https://m.me/wangdeeclinic/

เวลา เปิดให้บริการ จันทร์ – ศุกร์ 13:00 – 20:00 / เสาร์ – อาทิตย์ : 09:00 – 17:00

Tel: 064-916-3654

 ที่ตั้ง : https://maps.app.goo.gl/7x97fu2jkrkEBoQ47

 Line OA : @wangdeeclinic.hd

Mental health care by Chiang Mai’s expert team.

Wangdee Clinic: Expert care to restore your mental peace and happiness.