บทความ

ลูกติดเกม โมโหง่าย ควรพาไปพบนักจิตวิทยาเด็กและวัยรุ่นหรือไม่?

ลูกติดเกม โมโหง่าย ควรพาไปพบนักจิตวิทยาเด็กและวัยรุ่นหรือไม่?

ปัญหา “ลูกติดเกม” เป็นหนึ่งในเรื่องที่พ่อแม่หลายครอบครัวกำลังกังวล โดยเฉพาะเมื่อเด็กเริ่มมีพฤติกรรมอารมณ์รุนแรง โมโหง่าย หงุดหงิดเมื่อถูกห้ามเล่นเกม หรือไม่สนใจสิ่งรอบตัว หลายครั้งผู้ปกครองอาจรู้สึกว่า ลูกกำลังดื้อ ไม่เชื่อฟัง หรือเอาแต่ใจ แต่ในความเป็นจริง พฤติกรรมเหล่านี้อาจสะท้อนถึงความเครียด ความกดดัน หรือปัญหาทางอารมณ์ที่เด็กกำลังเผชิญอยู่

แม้การเล่นเกมจะเป็นเรื่องปกติของเด็กและวัยรุ่นในปัจจุบัน แต่หากเริ่มส่งผลต่ออารมณ์ การเรียน การนอน หรือความสัมพันธ์ในครอบครัว การพูดคุยกับนักจิตวิทยาเด็กและวัยรุ่นอาจเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่ช่วยให้พ่อแม่เข้าใจลูกได้มากขึ้น และช่วยให้เด็กได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมก่อนปัญหาจะรุนแรงขึ้นในระยะยาว

ลูกติดเกมและโมโหง่าย เกิดจากอะไรได้บ้าง

เกมกลายเป็นพื้นที่ระบายความเครียด

สำหรับเด็กหลายคน เกมไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมเพื่อความสนุกเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่ที่ช่วยให้พวกเขาหลบหนีจากความเครียด ความกดดัน หรือความไม่สบายใจในชีวิตประจำวัน เด็กบางคนอาจเครียดจากการเรียน ความคาดหวังของครอบครัว ปัญหากับเพื่อน หรือรู้สึกว่าตัวเองไม่มีพื้นที่ให้ผ่อนคลาย จึงใช้เกมเป็นวิธีทำให้ตัวเองรู้สึกดีขึ้น

เมื่อเกมกลายเป็นพื้นที่ปลอดภัยทางอารมณ์ เด็กจึงอาจรู้สึกต่อต้านหรือโมโหรุนแรงเมื่อถูกห้ามเล่น เพราะสำหรับพวกเขา มันไม่ได้เป็นแค่ “การโดนห้ามเล่นเกม” แต่เหมือนกำลังถูกดึงออกจากพื้นที่ที่ทำให้รู้สึกสบายใจ

เด็กยังจัดการอารมณ์ตัวเองได้ไม่ดี

ในช่วงวัยเด็กและวัยรุ่น สมองส่วนที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมอารมณ์และการตัดสินใจยังพัฒนาไม่เต็มที่ เด็กจึงอาจแสดงความโกรธหรือความหงุดหงิดออกมาอย่างรุนแรงเมื่อถูกขัดใจ โดยเฉพาะหากคุ้นเคยกับการใช้เกมเป็นวิธีจัดการอารมณ์มาตลอด

บางครั้งพฤติกรรมโมโหง่ายอาจไม่ได้เกิดจากนิสัยเสีย แต่เกิดจากการที่เด็กยังไม่รู้วิธีรับมือกับความเครียด ความผิดหวัง หรืออารมณ์ด้านลบของตัวเองอย่างเหมาะสม ซึ่งจุดนี้เองที่นักจิตวิทยาเด็กและวัยรุ่นสามารถช่วยให้เด็กเรียนรู้การจัดการอารมณ์ได้ดีขึ้น

การเล่นเกมมากเกินไปกระทบสมดุลชีวิต

เมื่อเด็กใช้เวลาอยู่กับเกมมากเกินไป อาจเริ่มส่งผลต่อหลายด้านของชีวิต เช่น นอนดึก ตื่นยาก ไม่สนใจการเรียน ไม่อยากทำกิจกรรมอื่น หรือหลีกเลี่ยงการเข้าสังคม บางคนเริ่มใช้เวลาส่วนใหญ่กับโลกออนไลน์มากกว่าการพูดคุยกับคนในครอบครัว

เมื่อสมดุลชีวิตเริ่มเสีย เด็กอาจยิ่งหงุดหงิดง่าย อารมณ์แปรปรวน หรือรู้สึกเครียดมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว จนเกิดเป็นวงจรที่ทำให้ยิ่งพึ่งพาเกมมากกว่าเดิม

อาการแบบไหนที่ควรเริ่มพาไปพบนักจิตวิทยาเด็กและวัยรุ่น

แม้เด็กจำนวนมากจะชอบเล่นเกมเป็นเรื่องปกติ แต่หากพฤติกรรมเริ่มส่งผลต่อการใช้ชีวิต อารมณ์ หรือความสัมพันธ์ในครอบครัว อาจเป็นสัญญาณว่าควรเริ่มปรึกษานักจิตวิทยาเด็กและวัยรุ่นเพื่อช่วยประเมินและทำความเข้าใจสาเหตุที่แท้จริงของพฤติกรรม

โดยเฉพาะเมื่อเริ่มมีสัญญาณเหล่านี้

  • โมโหรุนแรงเมื่อถูกห้ามเล่นเกม
  • ตะโกน ด่าทอ หรือปาข้าวของเมื่อถูกขัดใจ
  • เล่นเกมจนไม่สนใจการเรียนหรือกิจวัตรประจำวัน
  • นอนดึก ตื่นยาก หรือพักผ่อนไม่เพียงพอ
  • เก็บตัว ไม่พูดคุยกับคนในบ้าน
  • ไม่มีความสุขกับกิจกรรมอื่นนอกจากเกม
  • ใช้เกมเป็นวิธีหนีปัญหาหรือความเครียดเสมอ
  • พ่อแม่เริ่มสื่อสารกับลูกได้ยากขึ้น
  • มีอารมณ์เศร้า เครียด หรือวิตกกังวลร่วมด้วย

สิ่งสำคัญคือ การพาเด็กไปพบนักจิตวิทยาเด็กและวัยรุ่นไม่ได้หมายความว่าเด็กผิดปกติหรือมีปัญหาหนักเสมอไป แต่เป็นการเปิดพื้นที่ให้เด็กได้ระบายความรู้สึก และช่วยให้ผู้ปกครองเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นกับลูกได้ชัดเจนมากขึ้น

หลายครั้งปัญหาที่ดูเหมือน “ติดเกม” อาจมีรากมาจากความเครียด ความกดดัน หรือปัญหาทางอารมณ์บางอย่างที่เด็กไม่สามารถอธิบายออกมาได้ด้วยตัวเอง

นักจิตวิทยาเด็กและวัยรุ่น ช่วยเด็กติดเกมได้อย่างไร

เมื่อเด็กเข้าพบนักจิตวิทยาเด็กและวัยรุ่น สิ่งแรกที่ผู้เชี่ยวชาญจะทำ คือการพูดคุยและประเมินสาเหตุของพฤติกรรมอย่างละเอียด เพราะในหลายกรณี ปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่เกมเพียงอย่างเดียว แต่อาจเกี่ยวข้องกับความเครียด ความกดดัน ปัญหาความสัมพันธ์ในครอบครัว หรือความรู้สึกบางอย่างที่เด็กเก็บไว้คนเดียว นักจิตวิทยาเด็กและวัยรุ่นจะช่วยให้เด็กค่อย ๆ เข้าใจอารมณ์ของตัวเองมากขึ้น พร้อมฝึกวิธีจัดการความโกรธ ความเครียด และความผิดหวังอย่างเหมาะสม แทนการใช้เกมเป็นที่ระบายอารมณ์เพียงอย่างเดียว นอกจากนี้ เด็กยังจะได้เรียนรู้เรื่องการควบคุมตัวเอง การจัดสมดุลระหว่างการเล่นเกมกับชีวิตประจำวัน รวมถึงการกลับไปทำกิจกรรมอื่นที่ช่วยเสริมสุขภาพใจและพัฒนาการตามวัย

ในขณะเดียวกัน นักจิตวิทยาเด็กและวัยรุ่นยังช่วยให้พ่อแม่เข้าใจวิธีสื่อสารกับลูกมากขึ้น เพราะบางครั้งการดุแรง การเปรียบเทียบ หรือการสั่งห้ามทันที อาจยิ่งทำให้เด็กต่อต้านและปิดกั้นตัวเองมากกว่าเดิม ซึ่งการมีคนกลางที่ช่วยเชื่อมความเข้าใจระหว่างพ่อแม่และลูก จึงเป็นอีกส่วนสำคัญที่ช่วยให้บรรยากาศในครอบครัวดีขึ้น และทำให้เด็กรู้สึกว่าตัวเองได้รับการเข้าใจมากกว่าถูกตำหนิ

เริ่มดูแลสุขภาพใจลูกไปกับ “หวังดีคลินิก” ก่อนปัญหาจะกระทบระยะยาว

หวังดีคลินิก เพื่อนคู่ใจดูแลสุขภาพจิต

ปัญหาลูกติดเกมและโมโหง่าย ไม่ควรถูกมองว่าเป็นเพียง “นิสัยดื้อ” เสมอไป เพราะบางครั้งอาจเป็นสัญญาณว่าเด็กกำลังเผชิญกับความเครียด ความกดดัน หรือปัญหาทางอารมณ์บางอย่างที่ยังจัดการไม่ได้ด้วยตัวเอง ยิ่งเริ่มดูแลเร็ว เด็กก็ยิ่งมีโอกาสเรียนรู้วิธีจัดการอารมณ์ เข้าใจตัวเอง และกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างสมดุลมากขึ้น การพูดคุยกับนักจิตวิทยาเด็กและวัยรุ่นจึงไม่ใช่เรื่องน่ากลัวหรือเป็นการตีตราเด็ก แต่เป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการช่วยให้ลูกได้รับการดูแลด้านจิตใจอย่างเหมาะสม

ที่ หวังดีคลินิก มีทีมนักจิตวิทยาเด็กและวัยรุ่นที่พร้อมรับฟังและดูแลเด็ก วัยรุ่น และผู้ปกครองอย่างเข้าใจ ในบรรยากาศที่ปลอดภัยและไม่ตัดสิน เพื่อช่วยให้ทุกคนในครอบครัวค่อย ๆ กลับมาเข้าใจกันมากขึ้นอีกครั้ง

 

สนใจจองคิวปรึกษาทีมจิตแพทย์เชียงใหม่ของเรา ติดต่อได้ที่  https://m.me/wangdeeclinic/

เวลา เปิดให้บริการ จันทร์ – ศุกร์ 13:00 – 20:00 / เสาร์ – อาทิตย์ : 09:00 – 17:00

Tel: 064-916-3654

 ที่ตั้ง : https://maps.app.goo.gl/7x97fu2jkrkEBoQ47

 Line OA : @wangdeeclinic.hd

แชร์บทความนี้

เราดูแลสุขภาพใจ โดยทีมจิตแพทย์เชียงใหม่และนักจิตวิทยาผู้เชี่ยวชาญ

หวังดี คลินิก เราดูแลสุขภาพใจ โดยทีมจิตแพทย์และนักจิตวิทยาผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้คุณกลับมาพบความสุขและความสงบในใจได้อีกครั้ง