บทความ

รักษาโรคนอนไม่หลับด้วย CBT-I ต่างจากใช้ยาอย่างไร

CBT-I คืออะไร? ทางเลือกรักษาโรคนอนไม่หลับที่ไม่ได้มีเพียงการใช้ยา

การรักษาโรคนอนไม่หลับไม่ใช่แค่การทำให้หลับได้ในคืนใดคืนหนึ่ง แต่ควรเริ่มจากการทำความเข้าใจรูปแบบการนอน สาเหตุที่เกี่ยวข้อง และผลกระทบระหว่างวัน CBT-I หรือการบำบัดความคิดและพฤติกรรมสำหรับโรคนอนไม่หลับ เป็นแนวทางที่ช่วยปรับทั้งพฤติกรรมและความคิดที่ทำให้อาการดำเนินต่อไป ส่วนยาช่วยนอนหลับอาจมีบทบาทในบางกรณีตามการประเมินของแพทย์ ทั้งสองแนวทางจึงไม่ใช่ตัวเลือกที่ต้องแข่งขันกันเสมอไป และอาจใช้ร่วมกันได้เมื่อเหมาะสมกับผู้รับบริการ

ก่อนรักษาโรคนอนไม่หลับ ควรประเมินสาเหตุและรูปแบบการนอน

คลินิกจิตเวช รักษาโรคนอนไม่หลับ หางดง เชียงใหม่

คำว่า “นอนไม่หลับ” ครอบคลุมหลายรูปแบบ บางคนใช้เวลานานกว่าจะหลับ บางคนตื่นกลางดึกบ่อย บางคนตื่นเช้าเกินไป หรือแม้นอนได้หลายชั่วโมงแต่ตื่นมาไม่สดชื่น การประเมินก่อนรักษาโรคนอนไม่หลับจึงต้องดูทั้งอาการตอนกลางคืนและผลกระทบในช่วงกลางวัน

ข้อมูลที่ผู้เชี่ยวชาญอาจสอบถาม เช่น

  • อาการเริ่มเมื่อไร เกิดกี่คืนต่อสัปดาห์ และเป็นมานานเพียงใด
  • มีเวลาและสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการนอนอย่างเพียงพอหรือไม่
  • ใช้เวลาประมาณเท่าไรกว่าจะหลับ หรือตื่นประมาณกี่ครั้ง
  • ระหว่างวันมีอาการง่วง อ่อนเพลีย สมาธิลดลง หงุดหงิด หรือทำงานผิดพลาดหรือไม่
  • เวลาเข้านอนและตื่นนอนในวันทำงานกับวันหยุดแตกต่างกันเพียงใด
  • มีการงีบ ใช้หน้าจอก่อนนอน ดื่มคาเฟอีน แอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ หรือใช้สารอื่นหรือไม่
  • มียา โรคทางกาย ความเจ็บปวด ความเครียด หรือปัญหาสุขภาพจิตที่อาจเกี่ยวข้องหรือไม่
  • มีอาการกรนดัง หยุดหายใจ สำลักขณะหลับ หรือขากระตุกหรือไม่

การจดบันทึกเวลานอน เวลาตื่น ช่วงที่ตื่นกลางคืน การงีบ และความรู้สึกในตอนเช้าต่อเนื่องตามช่วงเวลาที่ผู้เชี่ยวชาญแนะนำ อาจช่วยให้เห็นรูปแบบชัดขึ้น แต่ไม่ควรใช้ข้อมูลจากนาฬิกาหรือแอปเพียงอย่างเดียวเพื่อวินิจฉัยตัวเอง หากสงสัยภาวะหยุดหายใจขณะหลับหรือความผิดปกติอื่น อาจต้องได้รับการตรวจเฉพาะทาง

CBT-I ช่วยรักษาโรคนอนไม่หลับอย่างไร

คลินิกจิตเวช รักษาโรคนอนไม่หลับ หางดง เชียงใหม่

CBT-I ย่อมาจาก Cognitive Behavioral Therapy for Insomnia เป็นการบำบัดที่มุ่งปรับความคิด ความกังวล และพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับการนอน โดยแนวทางเวชปฏิบัติแนะนำ CBT-I เป็นการรักษาหลักในผู้ใหญ่ที่มีโรคนอนไม่หลับเรื้อรัง แนวทางนี้ประกอบด้วยหลายส่วน และไม่ได้หมายถึงเพียงการแนะนำให้งดกาแฟหรือเข้านอนให้ตรงเวลา

ปรับความเชื่อมโยงระหว่างเตียงกับการนอน

เมื่อใช้เวลาบนเตียงนาน ๆ ในขณะที่ยังตื่น คิดงาน เล่นโทรศัพท์ หรือกังวลว่าเมื่อไรจะหลับ สมองอาจค่อย ๆ เชื่อมเตียงกับความตื่นตัวแทนการพักผ่อน การควบคุมสิ่งเร้าจึงมุ่งให้เตียงกลับมาเชื่อมโยงกับการนอน เช่น เข้านอนเมื่อเริ่มง่วง และใช้เตียงเพื่อการนอนเป็นหลัก รายละเอียดต้องปรับตามบริบทของแต่ละคน

จัดเวลาอยู่บนเตียงให้สอดคล้องกับเวลาที่หลับจริง

ผู้ที่นอนไม่หลับบางคนพยายามเข้านอนเร็วขึ้นหรือนอนบนเตียงนานขึ้นเพื่อชดเชย แต่ผลคือมีเวลาตื่นบนเตียงมากขึ้น เทคนิคจัดเวลาอยู่บนเตียงช่วยสร้างแรงขับการนอนและทำให้ตารางนอนสม่ำเสมอขึ้น อย่างไรก็ตาม ไม่ควรกำหนดหรือจำกัดเวลาอยู่บนเตียงอย่างเข้มงวดด้วยตัวเอง เพราะอาจทำให้ง่วงมากและไม่เหมาะกับผู้ที่มีโรคบางชนิด งานที่ต้องขับรถหรือใช้เครื่องจักร รวมถึงผู้ที่มีความเสี่ยงด้านสุขภาพอื่น ควรทำภายใต้คำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ

ปรับความคิดที่เพิ่มความกังวลเรื่องการนอน

ความคิดอย่าง “คืนนี้ต้องหลับให้ได้ ไม่อย่างนั้นพรุ่งนี้จะตื่นสายแน่ ๆ” อาจทำให้ร่างกายตื่นตัวมากขึ้น การบำบัดไม่ได้บังคับให้คิดบวก แต่ช่วยตรวจสอบว่าความคิดใดเป็นข้อเท็จจริง ความคิดใดเป็นการคาดการณ์ และมีวิธีมองสถานการณ์ที่สมดุลกว่าหรือไม่ จากนั้นจึงทดลองพฤติกรรมใหม่และประเมินผลจากประสบการณ์จริง

ฝึกผ่อนคลายและดูแลสุขอนามัยการนอน

การผ่อนคลาย การจัดแสง เสียง และอุณหภูมิ รวมถึงการใช้คาเฟอีน การออกกำลังกาย การงีบ และกิจวัตรก่อนนอนล้วนมีส่วนช่วย แต่สุขอนามัยการนอนเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอสำหรับผู้ที่มีอาการเรื้อรัง CBT-I จึงนำหลายองค์ประกอบมาวางแผนร่วมกันและติดตามผลเป็นระยะ

CBT-I กับยารักษาอาการนอนไม่หลับแตกต่างกันอย่างไร

CBT-I มุ่งเปลี่ยนปัจจัยด้านความคิดและพฤติกรรมที่ทำให้อาการนอนไม่หลับดำเนินต่อ ส่วนยาออกฤทธิ์แตกต่างกันตามชนิดและอาจใช้เพื่อลดอาการในบางช่วงหรือรักษาปัญหาที่เกี่ยวข้อง การเลือกวิธีรักษาโรคนอนไม่หลับต้องพิจารณาสาเหตุ ระยะเวลาของอาการ โรคร่วม ยาที่ใช้อยู่ อายุ ลักษณะงาน และความเสี่ยงเฉพาะบุคคล

เปรียบเทียบในภาพรวม

  • เป้าหมาย: CBT-I ฝึกทักษะและปรับวงจรความคิด–พฤติกรรม ขณะที่ยามุ่งออกฤทธิ์ตามกลไกของยาชนิดนั้น
  • การเริ่มเห็นผล: ยาบางชนิดอาจออกฤทธิ์เร็วกว่า ส่วน CBT-I ต้องอาศัยการฝึกและติดตามอย่างต่อเนื่อง
  • ความต่อเนื่องของผล: ทักษะจาก CBT-I สามารถนำกลับมาใช้เมื่อมีความเครียดหรืออาการเริ่มเปลี่ยนแปลง ส่วนผลของยาขึ้นกับชนิดยา ระยะเวลาที่ใช้ และแผนของแพทย์
  • ข้อจำกัด: CBT-I ต้องใช้เวลา ความร่วมมือ และการปรับพฤติกรรม ยาอาจมีผลข้างเคียง ข้อควรระวัง และปฏิกิริยากับยาหรือสารอื่น
  • การใช้ร่วมกัน: บางคนอาจได้รับทั้ง CBT-I และยา โดยผู้เชี่ยวชาญกำหนดบทบาทและระยะเวลาให้เหมาะกับอาการ

คำว่า “ยานอนหลับ” เป็นคำกว้างและไม่ได้หมายถึงยาชนิดเดียว ไม่ควรใช้ยาของผู้อื่น ซื้อยามารับประทานเอง เพิ่มขนาดยา หรือหยุดยาทันทีโดยไม่ได้ปรึกษาผู้สั่งยา หากมีอาการง่วงมาก เวียนศีรษะ ล้มง่าย ความจำเปลี่ยน หรือผลข้างเคียงอื่น ควรติดต่อแพทย์หรือเภสัชกรเพื่อประเมิน

ใครบ้างที่ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเรื่องการรักษาโรคนอนไม่หลับ

ควรขอรับการประเมินเมื่ออาการนอนไม่หลับเกิดซ้ำและกระทบการใช้ชีวิต เช่น ทำงานหรือเรียนได้ลดลง ง่วงจนเสี่ยงอุบัติเหตุ หงุดหงิดหรืออารมณ์เปลี่ยน ใช้แอลกอฮอล์หรือยาเพื่อช่วยให้หลับ หรือมีความกังวลเรื่องการนอนจนใช้เวลาส่วนใหญ่ของวันคิดถึงเรื่องนี้

ควรพบแพทย์เร็วขึ้นเมื่อมีอาการกรนดัง หยุดหายใจหรือสำลักระหว่างหลับ เจ็บหน้าอก หายใจลำบาก สับสน มีพฤติกรรมผิดปกติระหว่างหลับ หรือมีอารมณ์เศร้า วิตกกังวล รู้สึกคึกผิดปกติและต้องการนอนน้อยลงอย่างชัดเจน เพราะอาการนอนไม่หลับอาจเป็นส่วนหนึ่งของภาวะอื่นที่ต้องได้รับการประเมิน

หากง่วงมากจนควบคุมไม่ได้ ควรหลีกเลี่ยงการขับรถและงานที่เสี่ยงอันตราย หากมีความคิดทำร้ายตัวเองหรือไม่ปลอดภัย ให้ติดต่อ 1669 หรือไปห้องฉุกเฉินทันที และโทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

วางแผนรักษาโรคนอนไม่หลับกับ “หวังดีคลินิก”

หวังดีคลินิก เพื่อนคู่ใจดูแลสุขภาพจิต

ที่หวังดีคลินิก เราเริ่มจากการรับฟังอาการ รูปแบบการนอน การใช้ชีวิต ยาที่ใช้อยู่ และปัจจัยทางกายหรือใจที่อาจเกี่ยวข้อง เพื่อวางแนวทางดูแลให้เหมาะกับแต่ละบุคคล การดูแลอาจประกอบด้วยคำแนะนำด้านพฤติกรรม การพูดคุยบำบัด การรักษาด้วยยาเมื่อมีข้อบ่งชี้ หรือการใช้หลายแนวทางร่วมกัน โดยไม่จำเป็นว่าทุกคนต้องใช้ยา

ผู้รับบริการสามารถพบทีมจิตแพทย์และนักจิตวิทยาที่หวังดีคลินิก ในอำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ หรือปรึกษาออนไลน์ผ่านวิดีโอคอลตามความเหมาะสม หากการประเมินบ่งชี้ว่าควรตรวจการนอน ตรวจร่างกาย หรือพบแพทย์เฉพาะทางด้านอื่นเพิ่มเติม เราจะอธิบายเหตุผลและช่วยวางแผนขั้นตอนต่อไป

 

สนใจจองคิวปรึกษาทีมจิตแพทย์เชียงใหม่ของเรา ติดต่อได้ที่  https://m.me/wangdeeclinic/

เวลา เปิดให้บริการ จันทร์ – ศุกร์ 13:00 – 20:00 / เสาร์ – อาทิตย์ : 09:00 – 17:00

Tel: 064-916-3654

 ที่ตั้ง : https://maps.app.goo.gl/7x97fu2jkrkEBoQ47

 Line OA : @wangdeeclinic.hd

แชร์บทความนี้

เราดูแลสุขภาพใจ โดยทีมจิตแพทย์เชียงใหม่และนักจิตวิทยาผู้เชี่ยวชาญ

หวังดี คลินิก เราดูแลสุขภาพใจ โดยทีมจิตแพทย์และนักจิตวิทยาผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้คุณกลับมาพบความสุขและความสงบในใจได้อีกครั้ง