บทความ

โรคอารมณ์สองขั้ว ไม่ได้เป็นแค่อารมณ์ขึ้น ๆ ลง ๆ อย่างที่หลายคนเข้าใจ

โรคอารมณ์สองขั้ว เป็นหนึ่งในปัญหาสุขภาพจิตที่มักถูกเข้าใจผิดมากที่สุด หลายคนอาจเคยได้ยินคำพูดว่า
“วันนี้ดี พรุ่งนี้แย่ แบบนี้ใคร ๆ ก็เป็น” หรือ “อารมณ์แปรปรวนนิดหน่อย เดี๋ยวก็หาย”

แต่สำหรับคนที่กำลังเผชิญกับโรคอารมณ์สองขั้วจริง ๆ นั้น พวกเขารู้ดีว่าอาการเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องที่จะควบคุมได้ด้วยความพยายามเพียงอย่างเดียว และไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยอย่างที่คนรอบข้างมองเห็น

โรคอารมณ์สองขั้วนั้นเป็นภาวะที่อารมณ์เปลี่ยนแปลงรุนแรงและต่างกันสุดขั้ว ตั้งแต่ช่วงที่พลังล้น ความคิดแล่นเร็ว ไปจนถึงช่วงที่รู้สึกว่างเปล่า หมดแรง และไม่อยากลุกจากเตียง ซึ่งความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้มักเกิดขึ้นโดยไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า

โรคอารมณ์สองขั้วกับวันที่อารมณ์ดีเกินไป และวันที่ไม่อยากลุกจากเตียง

ผู้ที่เผชิญกับโรคอารมณ์สองขั้วจำนวนมากมักพูดเหมือนกันว่า “สิ่งที่เหนื่อยที่สุดไม่ใช่อารมณ์ที่ขึ้น ๆ ลง ๆ แต่คือการที่จะต้องใช้ชีวิตให้ดูปกติอยู่ตลอดเวลา”

ในช่วงที่อารมณ์พุ่งสูงจากโรคอารมณ์สองขั้ว บางคนรู้สึกมั่นใจเป็นพิเศษ ความคิดแล่นเร็ว ทำงานไม่หยุด ใช้เงินเกินตัว หรือรับปากสิ่งต่าง ๆ มากเกินกว่าที่จะรับไหว แต่เมื่ออารมณ์เปลี่ยนอีกด้านหนึ่งของโรคอารมณ์สองขั้วเข้ามา อารมณ์กลับดิ่งลงอย่างรวดเร็ว รู้สึกผิด หมดแรง หมดหวัง และโทษตัวเองกับสิ่งที่เกิดขึ้นในเหตุการณ์ต่าง ๆ ก่อนหน้า โดยแต่ละขั้วจะอยู่นานเป็นสัปดาห์ ไม่ใช่เปลี่ยนไปมาระหว่างวันอย่างที่หลายคนเข้าใจ

วงจรอารมณ์เช่นนี้คือประสบการณ์ที่พบได้บ่อยในผู้ที่เป็นโรคอารมณ์สองขั้ว และมักทำให้หลายคนเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองว่า
“ทำไมเราเป็นแบบนี้”
“ทำไมโรคอารมณ์สองขั้วถึงทำให้เราควบคุมและใช้ชีวิตยากกว่าคนอื่น”

โรคอารมณ์สองขั้วส่งผลต่อชีวิต งาน และความสัมพันธ์อย่างไร?

ผลกระทบของโรคอารมณ์สองขั้วไม่ได้หยุดอยู่แค่อารมณ์ภายใน แต่จะค่อย ๆ ลุกลามไปถึงประสิทธิภาพในการทำงาน ความสัมพันธ์ และการใช้ชีวิตในภาพรวม ผู้ที่มีโรคอารมณ์สองขั้วหลายคนอาจรู้สึกว่าตัวเองนั้น “ทำได้ดีเป็นช่วง ๆ ” แต่กลับรักษาความสม่ำเสมอไม่ได้

ในวัยทำงาน โดยเฉพาะผู้ที่ใช้ชีวิตในเมืองอย่างเชียงใหม่ เมื่ออาการของโรคอารมณ์สองขั้วเริ่มชัดเจนขึ้น อาจทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดลง เกิดความเข้าใจผิดกับเพื่อนร่วมงาน หรือรู้สึกว่าตัวเองไม่สามารถตอบโจทย์ความคาดหวังได้เหมือนเดิม ซึ่งยิ่งตอกย้ำความรู้สึกผิดและความกดดันของโรคอารมณ์สองขั้วให้รุนแรงขึ้น

ด้านความสัมพันธ์ก็เช่นเดียวกัน คนรอบตัวอาจไม่เข้าใจความเปลี่ยนแปลงของอารมณ์ ขณะที่ผู้ที่เป็นโรคอารมณ์สองขั้วเองก็กลัวว่าจะกลายเป็นภาระ จนเลือกเก็บทุกอย่างไว้คนเดียว

โรคอารมณ์สองขั้วไม่ใช่ความอ่อนแอ และไม่ใช่เรื่องที่ควรโทษตัวเอง

สิ่งสำคัญที่อยากให้เข้าใจคือ โรคอารมณ์สองขั้วไม่ใช่นิสัย ไม่ใช่ความอ่อนแอ และไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น

ในทางการแพทย์ โรคอารมณ์สองขั้วเกี่ยวข้องกับการทำงานของสมองและสารเคมีในระบบประสาท การบอกตัวเองให้ “คิดบวก” หรือ “เข้มแข็งขึ้น” อาจช่วยได้เพียงบางส่วน แต่ไม่สามารถแก้ไขต้นตอของอาการได้ทั้งหมด

การยอมรับว่าตัวเองกำลังเผชิญกับโรคอารมณ์สองขั้ว คือจุดเริ่มต้นของการดูแล ไม่ใช่การยอมแพ้หรือย่อท้อกับชีวิต

หากเป็นโรคอารมณ์สองขั้ว วิธีดูแลตัวเองเบื้องต้นที่จะช่วยประคองใจได้

แม้โรคอารมณ์สองขั้วจะต้องอาศัยการดูแลจากผู้เชี่ยวชาญเป็นหลัก แต่ในชีวิตประจำวัน ผู้ที่เป็นโรคอารมณ์สองขั้วยังสามารถดูแลตัวเองในระดับหนึ่ง เพื่อช่วยลดความรุนแรงของอาการได้ เช่น

  • การจัดเวลานอนให้สม่ำเสมอ เพราะการพักผ่อนมีผลโดยตรงต่ออารมณ์ของโรคอารมณ์สองขั้ว
  • ระมัดระวังการดื่มแอลกอฮอล์ หรือเครื่องดื่มที่มีฤทธิ์กระตุ้น เช่น เครื่องดื่มชูกำลัง
  • การสังเกตอารมณ์ของตัวเองโดยไม่ตัดสิน ว่าเป็น “ดี” หรือ “แย่”
  • การลดการโทษตัวเองเมื่ออาการของโรคอารมณ์สองขั้วกลับมา
  • การมีพื้นที่ปลอดภัยหรือใครสักคนที่รับฟังได้โดยไม่ตัดสิน

ถึงแม้ว่าสิ่งเหล่านี้อาจไม่ใช่การรักษาโรคอารมณ์สองขั้วโดยตรง แต่จะช่วยให้ผู้ป่วยรู้สึกว่ายังมีบางอย่างที่ประคองตัวเองได้ในวันที่อารมณ์ไม่เป็นใจ

โรคอารมณ์สองขั้วกับการพบจิตแพทย์ คือการดูแลตัวเอง ไม่ใช่ความอ่อนแอ

หลายคนที่เป็นโรคอารมณ์สองขั้วจะลังเลที่จะเข้ามาพบจิตแพทย์ เพราะกลัวถูกมองว่า “อาการหนัก” หรือรู้สึกว่าควรจัดการได้ด้วยตัวเอง แต่ในความเป็นจริงแล้ว การตัดสินใจพบจิตแพทย์เมื่อเผชิญกับโรคอารมณ์สองขั้วคือการดูแลสุขภาพไม่ต่างจากการไปพบแพทย์เมื่อร่างกายเจ็บป่วย เพียงแต่ต่างกันตรงที่เป็นการดูแลด้านจิตใจ ซึ่งจะสามารถส่งผลต่อสุขภาพร่างกายได้

การรักษาโรคอารมณ์สองขั้วในปัจจุบัน ไม่ได้มีเพียงการใช้ยาเท่านั้น แต่รวมถึงการพูดคุยเพื่อทำความเข้าใจอารมณ์ การปรับรูปแบบความคิด การวางแผนใช้ชีวิต และการติดตามอาการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้โรคอารมณ์สองขั้วส่งผลกระทบต่อชีวิตน้อยลงในระยะยาว

สำหรับผู้ที่อยู่เชียงใหม่หรือภาคเหนือ การเข้ารับการดูแลโรคอารมณ์สองขั้วในเชียงใหม่ช่วยให้การรักษาเป็นไปอย่างต่อเนื่อง และสำหรับผู้ที่ไม่สะดวกเดินทาง การพบแพทย์ออนไลน์ก็เป็นอีกทางเลือกที่ช่วยให้ไม่ต้องเผชิญโรคอารมณ์สองขั้วเพียงลำพัง

หวังดีคลินิก คลินิกจิตเวชเชียงใหม่ ที่จะช่วยดูแลโรคอารมณ์สองขั้วด้วยความเข้าใจ

หวังดีคลินิก เพื่อนคู่ใจดูแลสุขภาพจิต

หวังดีคลินิก คลินิกจิตเวชเชียงใหม่ เชื่อว่าการดูแลโรคอารมณ์สองขั้วไม่ควรเริ่มจากการตัดสิน แต่ควรเริ่มจากความเข้าใจ เราให้ความสำคัญกับการรับฟังประสบการณ์ ความรู้สึก และบริบทชีวิตจริงของผู้ที่เป็นโรคอารมณ์สองขั้วในแต่ละคน

ไม่ว่าคุณจะเลือกเข้ารับบริการที่คลินิกในเชียงใหม่ หรือเลือกปรึกษาจิตแพทย์ออนไลน์ ทีมแพทย์ของหวังดีคลินิกพร้อมดูแลโรคอารมณ์สองขั้วอย่างเป็นระบบ ไม่เร่งรัด และคำนึงถึงคุณภาพชีวิตในระยะยาว

เพราะเราเชื่อว่าคุณไม่จำเป็นต้องรับมือกับโรคอารมณ์สองขั้วเพียงลำพัง และคุณสมควรได้รับการดูแลที่เหมาะกับคุณจริง ๆ

สนใจจองคิวปรึกษาทีมจิตแพทย์เชียงใหม่ของเรา ติดต่อได้ที่  https://m.me/wangdeeclinic/

เวลา เปิดให้บริการ จันทร์ – ศุกร์ 13:00 – 20:00 / เสาร์ – อาทิตย์ : 09:00 – 17:00

Tel: 064-916-3654

 ที่ตั้ง : https://maps.app.goo.gl/7x97fu2jkrkEBoQ47

 Line OA : @wangdeeclinic.hd

 

แชร์บทความนี้

เราดูแลสุขภาพใจ โดยทีมจิตแพทย์เชียงใหม่และนักจิตวิทยาผู้เชี่ยวชาญ

หวังดี คลินิก เราดูแลสุขภาพใจ โดยทีมจิตแพทย์และนักจิตวิทยาผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้คุณกลับมาพบความสุขและความสงบในใจได้อีกครั้ง